nue's profile~~....กำลังใจดี-ดี แค่น...PhotosBlogListsMore Tools Help

nue earn

Location
มือใหม่..หัดทำ

Clock

Loading...

Calendar

Loading...

Windows Media Player

~~....กำลังใจดี-ดี แค่นี้ก็เพียงพอ ....~~

...ซอกเล็กๆ ของไอ้ตีนโต...
January 12

blob tag

 
 
   เมื่อวันพุธ ที่ 10 กลับมาถึงห้องเร็วเป็นพิเศษ เพราะว่ารถไม่ค่อยติดมาก
   ก่อนขึ้นห้องมาก็หาซื้ออะไรมากิน แถมโทรหาเพื่อนเผือกว่าแกจากินไรมั๊ย
   เด๋วจาซื้อขึ้นไปให้ เผือกบอกว่า "ไม่เป็นไรเด๋วชั้นลงไปซื้อเอง"
 
   พอขึ้นมาถึงห้อง เผือกก็ทำท่าจะออกจากห้องคงลงไปหาของกิน
   ก่อนออกจากห้องไป เผือกหันมาบอกว่า "แกไปอ่าน blog ด้วยนะ"
   ในใจก็คิดว่ามันคงมีอะไรอยากอวด เลยรีบวางข้าวของแล้วดิ่งมาที่โน๊ตบุ๊คของเผือก
   นั่งอ่านอันแรกไม่มีอะไรสั้นๆ แต่พออ่านอันที่ 2 ไปเรื่อยๆ  
   เนื้อหาประมาณว่า มีคนส่งมาให้ เหมือนจะเป็นจดหมายลูกโซ่ อีเล็คทรอนิคส์
   ที่ต้องให้เล่าเรื่อง 5 เรื่องซึ่งต้องเป็นเรื่องที่ไม่เคย หรือไม่ค่อยมีใครรู้มาก่อน พอนั่งอ่านเรื่อง 5 เรื่อง
   ของเผือกจบ ก็ปรากฏตัวหนังสือสีแดงสด มีรายชื่อคน 5 คน อยู่บนนั้น
   ชื่อแรก เผือกเขียนว่า "ไอม่วย" แล้วลงท้ายว่า รายชื่อที่อยู่ในสีแดงเหล่านั้น
   ท่านได้โดน blog tag เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (จะดีใจดีมั๊ยเนี่ย ที่เผือกอุตส่าห์ให้เกรียติเป็นชื่อแรก)
 
   ก็เริ่มเลยแล้วกันนะจ๊ะ
 
   เรื่องที่หนึ่ง
   ตอนสมัยเรียนประถม ช่วงกำลังนั่งรอรถโรงเรียนมารับ อยู่กับพี่ชาย และลูกพี่ลูกน้องอีกคน
   ไม่รู้นึกยังไงอยู่ดีๆ ยกเท้าที่ใส่รองเท้านักเรียนสีดำอยู่ ขึ้นไปเตะเป้าพี่ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าซะงั้น
   ผลปรากดว่า พี่ชาย เอามือกุมเป้า หน้าเขียววววปั๊ดเลย  
 
 
   เรื่องที่สอง
   สมัยเด็กๆ กับพี่ชายนึกคะนอง เอาแบงค์กาโม่สีม่วง พับจนเหลือมุมที่ดูเหมือนแบงค์จริงที่สุด
   แล้วไปวางไว้ริมถนนหน้าบ้าน เสร็จแล้วมานั่งรอดูว่าใครจะมาเก็บ จะได้หัวเราะเยาะ
   แต่ปรากดว่าเป็นตากะยายขี่ซาเล้งเก็บขยะมา ตาจอดรถเอี๊ยด ยายลงไปเก็บแบงค์มาคลี่ดู
   เป็นภาพที่สะเทือนใจอย่างยิ่ง ถ้าย้อนกลับไปได้คงไม่ทำอย่างนั้น นึกเสียใจจนวันนี้
  
 
   เรื่องที่สาม
   สมัยประถมเคยเรียนไม่เอาไหน อาผู้หญิงคนเล็กเคยให้ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ
   แต่เราก็ท่องไม่ได้ซักที จนอานั่งร้องไห้ แล้วพูดว่า ทำไมเราถึงไม่ตั้งใจเรียนอย่างนี้ T.T
 
   เรื่องที่สี่
   ตอนเรียนมหาลัยในกรุงเทพ เคยมองเข้าไปในห้องของผู้ชายคนหนึ่ง จากดาดฟ้าที่พัก
   แล้วเห็นเค้ากับเพื่อน เปิดวีดีโอโป๊ ดูกันอยู่ ..เหอๆๆๆ
 
   เรื่องที่ห้า
   ตอนเด็กๆ เคยแอบดูแม่ ตอนแม่เข้าห้องน้ำ  ออกมาโดนดุเลย นั่งร้องไห้กระซิกๆๆ
 
  
   ....................
 
   จบแระ ใครมาอ่าน ก็เขียนต่อด้วยเด้อ
   
   คนแรก   ขอเป็น ก๋ง แล้วกัน
   คนที่สอง  ถ้าน้องไม่ว่า ก็เล่นกะเค้าหน่อยนะ อุลตร้า "ที"
   คนที่สาม - ห้า ยังนึกไม่ออก ไว้จะมาบอกนะ
 
   กติกามารยาท อ่านได้จาก intro ด้านบนนะจ๊ะ
  
 
 
 
  
 
 
January 03

จะกลับไปอยู่แปดริ้ว

 
 
   ช่วงนี้รู้สึกเริ่มเบื่อๆ กับชีวิตในกรุงเทพยังไงก็ไม่รู้
   เลยคิดว่าอยากกลับไปอยู่แปดริ้ว
   ช่วงแรกก็คงต้องไปเช้าเย็นกลับ (ถ้ายังทำงานอยู่ที่เดิม)
   หรือไม่ก็ไปหางานทำที่โน่นดีกว่า (อยากหาอะไรทำ แต่ยังนึกมะออก)
  
   ที่บ้าน พ่อกะแม่ ก็มีปัญหาที่เคลียร์กันไม่ลงซะที (ทำไมน๊า)
  
   ความเบื่อ บวกความอยากเพิ่มขึ้นทุกวันๆๆๆ
   เลยกำลังคิดว่าอาจจะกลับไปอยู่แปดริ้ว เร็วๆนี้
   อาจจะเดือนมีนา หรือเมษา
   เช้าไปเย็นกลับเนี่ย จะไหวมั๊ยน๊า  (เอาน่า ลองดูซักตั้ง คนอื่นยังทำได้เลย)
 
   ไม่รู้แม่จะดีใจ หรือเสียใจกันแน่ (55)
  
December 18

เด็กเมืองขึ้นภูชี้ฟ้า : วันสุดท้าย 5 ธันวา 49 ดอยตุง-แม่สาย-เชียงราย

 
 
 
วันเที่ยววันสุดท้ายแระ เช้านี้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ตอน 6 โมงกว่า เพราะว่าน้องข้างห้องตื่นกันแล้ว
อาบน้ำเสียงโครมคราม (อย่างนี้เมื่อคืนที่คุยกะไอ้เปรม น้องมันก็ได้ยินกันหมดแล้วซิ..เหอ เหอ)
เห็นพระอาทิตย์กำลังจาขึ้น ไปถ่ายรูปดีก่า เปิดๆ ปิดๆ กล้องอยู่อย่างนั้นหลายรอบ
เพราะว่าถ่านกำลังจะหมดแล้ว แต่ถ้าปิดแล้วเปิดใหม่มันจายังถ่ายได้อีกหลายรูป
ถ่ายรูปเสร็จมาอาบน้ำดีกว่า ไอ้เปรมยังหลับอยู่ อาบน้ำเสร็จ แปรงฟัน เห็นพระอาทิตย์ขึ้นมาเยอะแล้ว
เลยให้ไอ้เปรมไปถ่ายรูปอีก มันถ่ายมาอีกหลายสิบรูปเลย
 
อาบน้ำแต่งตัว เก็บข้าวเก็บของเสร็จ เช็คกุญแจห้องของน้อง ว่าเอาออกมาแล้ว ทุกอย่างน่าจะโอเคแล้ว
ก็กดลูกบิดประตู ปิดประตู ปัง!! ไอ้เปรมโผล่หน้ามาทันที "กูญแจ" เออ กรูเอาออกมาแล้ว
ซักพักกำลังจาเดินออกจากบ้านพักกัน ไอ้เปรมนึกขึ้นได้ว่า มันลืมนาฬิกาข้อมือสีขาว ไว้บนเตียง
อ่ะ เข้าไปเอาไป แมร่ง ตั้งนานไม่ยอมนึกนะเมิง ก็ต้องไปเปิดห้องน้องเข้ามา ประตูห้องน้องเปิดได้
แต่พร้าเจ้า ไอ้เปรมมันดันไปล็อคประตูห้องน้ำ ด้านนี้ เวงแล้วมั้ยล่ะ แล้วจาทำไงล่ะทีนี้
ประตูโน้นก็เปิดไม่ได้ ไอ้ประตูที่ออกมาก็ไม่มีกุญแจเปิดซะด้วย "แล้วเมิงไปล็อคปราตูห้องน้ำ ทำมายยยย"
มันตอบว่า "ก็กรูไม่รู้" แล้วมันก็จัดการไปขนอาวุธทำมาหากินของมันออกมา มีมีดเล็กๆ 1 อัน
กับกรรไกรที่เอาไว้ตัดด้ายหนีบๆ แล้วมันก็จัดการไปงัดแง่งประตู ด้วยท่าทางอันใจเย็นเป็นอย่างมาก
เวลาผ่านไปสักครู่มันก็ยังงัดไม่ได้ แล้วขอโทษประตูด้านนี้ ติดกะถนนด้วย มีรถผ่านไปมาเป็นระยะ
เค้าจานึกมั้ยน๊า ว่าไอ้สองคนนี้มันมางัดบ้านเค้านี่  อีกไม่กี่อึดใจ โชะ ลูกบิดเปิดออกได้แล้ว โอ้ว...
ไอ้นี่ มันมีอะไรให้น่าทึ่งหลายอย่าง ที่แท้มันก็เคยอยู่กะซ่องโจรมาก่อนนี่เอง "กรูไม่ให้เมิงเข้าบ้านกรูแน่นอน ไอ้เปรม"
 
แปดโมงครึ่งแล้ว เดินขึ้นไปหาไอ้อุ้มที่ร้านกาแฟ ไอ้เมื่อวานตอนขาลงนี่เดินได้สบายมาก
แต่เช้านี้ ขาขึ้นนี้ ทำไมทางมันชันอย่างนี้ ไอ้เปรมมันพยายามส่งสายตาให้รถที่วิ่งผ่านมา
เผื่อจะมีน้ำใจรับมันไปด้วย แต่สุดท้าย มันก็ต้องเพิ่งสองเท้าของมันอยู่ดีแหล่ะ..โฮะๆๆๆ
พอเดินขึ้นไปถึงก็เหนื่อยหอบกันนิดหน่อย พอหายเหนื่อยเอาเป้ไปวางในร้านไอ้อุ้ม
แล้วออกไปถ่ายรูปกันอีกหน่อย ถ่ายไปถ่ายมา ไอ้เปรมเกิดหิวข้าว "เฮ้ย กินข้าวกันเหอะ"
ก็ถามมันไปว่า "เมิงแน่ใจหรอว่าจะกินในนี้อ่ะ" มันตอบมา "เออ กรูหิวแล้ว" เออ ไปๆๆ
เข้าไปกินในศูนย์อาหาร เป็นข้าวราดแกง ไม่แจ้งราคา พอรับข้าวมา ต้องเอาไปให้แคชเชียร์เช็คเงิน
แคชเชียร์มองเข้าในมือ "กี่จานคะ" "จานเดียวค่ะ" "45 บาทค่ะ" (ข้าว อ่าไรวะ แมร่งโครแพง)
ไอ้เปรมมันยังไม่รู้ตัวว่าต้องกินข้าวราคาขนาดนี้ มันเดินตามหลังมา "อ่ะค่ะ สองจานค่ะ" "90ค่ะ"
เดินมาหาที่นั่งโล่ง ตรงประตู ไอ้เปรมมันยังช็อคกับราคาข้าวราดแกงสองอย่างของมันไม่หาย
"กรูถามเมิงแล้วนะ ว่าเมิงแน่ใจนะ ว่าจะกิน" มันตอบมาด้วยเสียงเศร้าสร้อย "ก็กรูไม่รู้นี่ว่ามันจาแพงขนาดนี้"
ก็เลยปลอบใจมัน "เออ คิดว่าทำเพื่อสมเด็จย่าแล้วกัน" พอกินข้าวเสร็จแล้วกลับมาที่ร้านกาแฟ
ถ่ายรูปกะไอ้อุ้มอีกหน่อย ก่อนจะลามันกลับ ส่งกุญแจให้มัน พร้อมตังค์ 200 ช่วยมันค่าข้าวเมื่อคืน
 
พอเดินมาตรงที่สองแถวสีม่วงมาจอดเมื่อวาน ไม่มีรถคันไหนลงจากดอยเลย เพราะส่วนใหญ่เค้าเหมามา
มีบางคันเสนอว่า เหมา ลงไปมั๊ยน้อง 120  ไอ้เปรมรีบปฏิเสธในทันใด  แล้วมันก็บอกว่า โบกรถกันเหอะ
แต่รถแต่ละคันที่วิ่งผ่าน เป็นประมาณ เก๋ง ตู้ ทั้งนั้นเลย ไม่มีพวกกระบะเลยว่ะ ก็เลยเดินไปเรื่อยๆ
ให้ห่างจากพวกสองแถว ที่จ้องจะหุบเหยื่อตรงนั้นก่อน เดินไปได้หน่อยนึง มีรถตู้บริการฟรี ไปส่งถึงจุดจอดรถผ่านมา
คนขับใจดี รับไอ้สองคนนี้ขึ้นรถมา แต่ก็ส่งได้แค่ตรงป้อมตำรวจ แล้วก็เดินอ้อมโค้ง ไปรอโบกรถอีกรอบ
 
ยืนรอกันได้ไม่นานนัก ไอ้เปรมก็เห็นมีรถกระบะเลี้ยวโค้งมาอย่างสง่างาม มันไม่รอช้า รีบโบกมือแต่ไกล
รถคันนั้นก็ใจดี เปิดไฟเลี้ยวมาแต่ไกลเหมือนกัน เป็นกระบะรุ่นไม่ใหม่ มีคนนั่งกันมา 5 คน
ชาย 3 หญิง 2
"เอ่อ ลงไปข้างล่างป่าวคะ"
"ลงครับ"
"ขอติดรถไปด้วยนะคะ"
"ได้ครับ"
 
หน้าตาเหมือนคนแถวนั้น ใจดีเหลือหลาย ไอ้เอินกะไอ้เปรม ดีใจที่ภารกิจในการโบกรถสำเร็จ
นั่งขำ นั่งฮา กันอยู่ท้ายกระบะ "เฮ้ย ไม่แน่นะโว๊ย เค้าอาจจะไปถึงแม่สายก็ได้" "เออๆ เด๋วลองถามดูดิ๊"
ตอนแรกนึกว่าเค้าคงจะส่งแค่ตีนดอย แต่พี่ๆ ใจดีออกมาส่งถึงถนนใหญ่ ไอ้เปรมลุกลงไปก่อน
ไอ้เอินยังรีรอ อ้อยอิ่งอยู่บนรถ ละอ่อนหน้ามน เปิดประตูมาถามว่า "ไปไหนกันต่อครับ"
ไอ้เอินกะไอ้เปรมรีบตอบทันที "แม่สายค่ะ" ละอ่อนคนเดิม "งั้นเด๋วไปด้วยกันเลยครับ"
โอ้โห ใจดีจังเลย  ไอ้เอินกะไอ้เปรมก็ลัลล้า บนท้ายกระบะกันต่อไป รถก็วิ่งไปเรื่อยๆ
จนไปเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยเล็กๆ "เฮ๊ย ถึงแล้วหรอวะ" เห็นว่าเป็นอำเภอแม่สายแล้ว
และแล้วรถก็หยุดจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง มีละอ่อนหน้ามนคนเดิมพร้อมสาวอีกนางหนึ่ง ลงจากรถไป
ก่อนจาหันมาบอกว่า "เด๋วพี่เค้าไปส่งให้ครับ" แล้วก็หายลับเข้าไปในบ้าน จะถ่ายรูปเก็บไว้ซะหน่อย..อด
 
รถกระบะคันเดิมยังวิ่งต่อไปเรื่อยๆ จนไปจอดตรงใกล้ๆ สะพานข้ามแดน ตรงหน้าจุดทำเอกสารผ่านแดนพอดี
กะว่าจะขอถ่ายรูปโฉมหน้า คนใจดีไว้ซะหน่อย แต่ไม่ทัน  ขอบคุณม๊าก มาก ครับป๋ม
 
หลังจากยืนเล็งๆ อยู่ข้างหน้า อยู่พักนึง ก็ไปเข้าคิดรอทำเอกสารผ่านแดน ค่าบริการ 30 บาท
ต้องเตรียมบัตรประชาชน คนละ 1 ใบ ไอ้เอินไปยืนรอเข้าแถวอยู่ ทำไมแถวนี้มันไม่ขยับซะทีฟระ
เด๋วก็มีคนหน้าแปลกๆ มาแทรกอยู่เรื่อย รออีกพักใหญ่ อ๊ะ มีคนมาแทรกอีกแระ ทนไม่ไหวแระ
เลยสะกิดถามคนข้างหน้า "เอ่อ ไม่ทราบว่า แถวอยู่ตรงไหนกันแน่คะ" ผู้หญิงคนข้างหน้าตอบมา
เนี่ยค่ะต่อแถวนี้อยู่ตั้งนานแล้ว แล้วก็มีผู้ชายคนนั้นมาแทรก แล้วก็มีคนมาแทรกอีกเรือ่ยๆ
(ทำไมมันไม่รู้จักเข้าคิวกันวะ) ไอ้เปรมเลยไปเข้าแถวอีกแถวนึง ของมันถึงก่อนอีก
ระหว่างรอดูมันเข้าแถวอยู่ เห็นผู้ชายในแถวเดิมที่เมื่อกี้ต่อคิวจากเค้าอยู่ กำบัตรประชาชนเป็นสิบใบ
แล้วส่งไปให้ผู้ชายที่อยู่ข้างหน้า ไป 2-3 คน เออ แมร่ง แซงคิวกันเข้าไปไอ้พวกนี้
 
ได้มาแระบัตรผ่านแดน เดินข้ามไป แล้วลงไปเที่ยวตลาดท่าขี้เหล็กก่อน
สินค้ายอดนิยมในตลาดตอนนี้ ดูท่าจะเป็นเสื้อโปโล หลากสี ตัวละ สองร้อยกว่าบาท ราคาไม่โอนะเนี่ย
มีซีดีแผ่นก๊อปปี้หน้าปกเป็นนักร้อง แกรมมี่ อาร์เอส เพียบติดป้ายขาย 7 แผ่นร้อย
ขนมอะไรไม่รู้ 13 ห่อร้อย ไอ้เปรมเดินดูเสื้อกันหนาวของมันประมาณ 3-4 รอบ
ไอ้ร้านที่มันไปดู เค้าให้ 150 แต่ไม่มีสีขาว แต่ไอ้ร้านที่มีสีขาว ราคา 180
มันก็เดินไปเดินมาอยู่หลายรอบ แมร่งเป้ก็หนัก "เฮ๊ย เมิงกรูว่าเมิงซื้อซะทีเหอะ จะเอาร้านไหนก็เอาซะที กรูเมื่อยแล้ว"
มันเลยเอาร้านที่มีสีขาว แต่ขอเค้าต่อ 160 เค้าไม่ให้ ให้ได้แค่ 175  พร้อมกับหัดไปส่งภาษาพม่ากะเมียข้างๆ
ฟังไม่ออกว่ะ สงสัยคราวหน้าต้องไปหัดเรียนภาษาพม่าแระ จะได้รู้..และมันก็ได้มาเสื้อกันหนาวสีขาว ราคา 175 สมใจ
 
ช๊อปปิ้งเสร็จแล้ว ไอ้เปรมอยากไปเที่ยววัดต่างๆ เลยเช่ารถสามล้อเครื่อง คนละ 50 บาท พาเที่ยว
ไปที่แรก วัดพระหยกขาว องค์จำลอง ตามด้วยเจดีย์ชเวดากององค์จำลองอีกเหมือนกัน
มีแม่ค้ามาขายโปสการ์ดแผ่นละ 5 บาท เลยซื้อมาฝากปอ 2 แผ่น แต่ไอ้เปรม มันซื้อ1 แผ่น
มันกะว่าจะส่งโปสการ์ดให้เพื่อนจากพม่า เลยซื้อแสตมป์ด้วย แม่ค้าขายแสตมป์ดวงละ 20 บาท
ไอ้เปรมขอต่อ  5 บาท เลยได้มาในราคา 10 บาท แต่พอซื้อเสร็จ ปรากฏว่า แถวนั้น ไม่มีตู้ไปรษณีย์
คนแถวนั้นเค้าไม่ส่งไปรษณีย์กัน ไอ้เปรมมันเคืองสุดๆ และแล้วมันก็ต้องแบกโปสการ์ดพร้อมแสตมป์พม่า
กลับมากรุงเทพด้วย 
 
ขี้เกียจอยู่ในพม่าแระ กลับกันดีกว่า ก็เลยเดินกลับออกมา ขึ้นรถสองแถวสีแดง เข้าไปที่ขนส่ง คนละ 8 บาท
ค่ารถจากแม่สาย เข้าเชียงรายอีกคนละ 33 บาท ระหว่างทางเจอด่านตรวจคนต่างด้าว เลยชี้ไปที่ไอ้เปรม
"ตำรวจคะ ไอ้นี่มันต่างด้าวค่ะ" 555 มันมีหน้าจะไปขอเค้าถ่ายรูปอีก ชอบทำอะไรให้ฮาอยู่เรื่อย
มาถึงที่ขนส่งเชียงรายประมาณ บ่ายสาม แต่กว่ารถจาออกตั้ง 5 โมง หาซื้อไรมานั่งกินดีกว่า
ขากลับ นั่งรถสยามเฟิร์สกลับมา ออกจากขนส่งเชียงราย มีผู้โดยสารอยู่ 3 คน ไอ้เปรมมันบ่นว่า
"ไรวะ ตอนกรูจองบอกกรูว่าเหลือ 2 ที่สุดท้าย"  แต่ปรากฏว่า รถจอดรับผู้โดยสารไปตลอดทาง จอดแล้วจอดอีก
กว่าจะเต็มรถ ก็ที่ขนส่งพะเยา รถของสยามเฟิร์สที่นั่งแคบกว่าของสมบัติทัวร์ ทั้งที่เป็น VIP 36 ที่นั่ง แพงกว่าด้วย
แต่ผ้าห่มหนากว่า...เฮ้อ กลับมาทำงานอีกแระ เซ็งแมว
 
ไปแระจบ  ทริปหน้าไปไหนดีอ่ะ ไปปายดีป่ะ อยากไป
 
 
December 14

เด็กเมืองขึ้นภูชี้ฟ้า : วันที่สาม 4 ธันวา 49 ภูชี้ฟ้า-ดอยตุง

 
 
รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เพราะรู้สึกว่าหนาวๆ พิกล ดูนาฬิกาที่ข้อมือ มองไม่เห็น
เลยเอาไฟฉายมาส่องดู โห..เพิ่งตี 3 เองว่ะ แล้วทำไมมันหนาววะ  หันไปดู
ผ้าห่มที่เมื่อคืนก่อนนอน ไอ้เปรมมันห่มให้อย่างดี มีผ้านวมที่เช่ามา พร้อมกับห่มของมัน
ผืนบางกะตี๊ดคลุมทับอีกผืนนึง พอตอนตี 3 นี่ ผ้าห่มไปอยู่ที่มันหมดเลย
นอนม้วนเป็นแยมโรลเชียวนะเมิง  ไม่รอช้า ค่อยๆ ดึงผ้านวมกลับมาไม่ให้มันรู้สึกตัว
พอดึงกลับมาเสร็จ ก็นอนจับผ้าไว้เลย กะว่าเด๋วต้องโดนมันดึงไปอีกแน่เลย
 
พอซักตี 4 ก็ลุกจากเต๊นท์กัน เตรียมตัวไปขึ้นรถ เพือ่ไปรอดูทะเลหมอกที่ยอดภูกัน
เด็กแม้วไม่ผิดคำพูดแต่ผิดเวลาไปนี๊ด มาหาที่เต๊นท์ตอนตี 4 แต่เที่ยวนี้เหลือกันแค่ 2 คน
พอถามว่า " อ้าว ทำไมเหลือสอง เพือ่นอีกคนไปไหน"
เด็กแม้วที่เหลือ ตอบว่า "อ๋อ เค้าได้คนใหม่แล้วค่ะ (เหยื่อรายใหม่)"
อ๋อ ..อืม  โอเค เลยรีบถามนำไปว่า
"เด๋วสองคนจะรอพี่อยู่ทีเต๊นท์นี่ใช่มั๊ย งั้นเฝ้าเต๊นท์ให้พี่ด้วยนะ เด๋วพี่กลับมา" เด็กแม้วตอบ "ค่ะ"
 
พอเดินขึ้นไปบนถนน ก็เจอรถกระบะ จอดรออยู่หลายคัน แต่ละคันจะดัดแปลง
ทำที่กั้นข้างกระบะขึ้นมา แล้วเอาไม้กระดานทำเป็นที่นั่ง ค่าโดยสารคนละยี่สิบบาท ต่อหนึ่งเที่ยว
พอขึ้นไปถึงบนภู ตรงที่รถจอด ก้เพิ่งจะตี 4 กว่าๆ เอง ยังต้องเดินขึ้นไปที่จุดชมวิว บนยอดภูอีก
เป็นกิโลแม้ว ใส่เสื้อไป 4 ชั้นเท่าเดิมกะตอนที่นอนเมื่อคืน มีผ้าขนหนูที่ใช้อาบน้ำติดมาอีกผืนนึงที่คอ
กะหมวกอีก 1 ใบ ไฟฉาย พร้อมกล้องคู่ชีพอีก 1 ตัว กะไอ้บ้าข้าง ๆอีก 1 คน
ตอนที่เริ่มเดินกะไว้ว่า มันคงไม่ไกลเท่าไหร่ แต่ทำไมเดินไปมันไม่ถึงซะทีวะ
เดินไปตั้งนาน ก็ยังไม่ถึงซะที พอมองขึ้นไปข้างบน เห็นมีคนฉายไฟฉายอยู่
โอ้ว..พระเจ้า แมร่ง ยังอีกโคตรไกลเลย เริ่มจะร้อนแระ ถอดหมวกเก็บใส่เป๋า
ระหว่างทาง มีเพื่อนร่วมเดินขึ้นภู เห็นเค้าหยุดพักกันเป็นระยะๆ บ้างก็ดมยาดม
ไอ้เอินกะไอ้เปรม ก็เดินต่อไป มีหยุดพักกันนิดนึง แล้วก็รีบเดินต่อ เพราะคนเดินตามมาอีกเพียบเลย
 
เสื้อที่ใส่ 4 ชั้น เริ่มจะร้อนแระ กะว่าจะถอดออกซักตัวแล้วเชียว อ๊า...ถึงแล้วนี่หว่า อีกหน่อยเดียว
พอเดินขึ้นไปถึงข้างบน ไปป๊ะกะกระเป๋ารถที่นั่งมาเมื่อวาน พี่แกมาลูกมาเที่ยวด้วยสองคน
ถามไปถามมา พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันน้อง เพิ่งเคยขึ้นมาหนแรก หุหุ ซะงั้น
 
ยังไม่ตี 5 เลย หาที่นั่งรอดีกว่า หลังจากดูทิศที่พระจันทร์ยังฉายแสงอยู่แล้ว อีกฝั่งมันต้องเป็นทิศตะวันออกแน่เลย
ไปหาที่นั่งรอดีกว่า ตอนขึ้นไปถึง คนยังไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนเต็มพื้นที่บนยอดภู
ยังมืดอยู่ มองไปเห็นเป็นเงาคนอยู่เพียบเลย บ้างก็หาทำเลตั้งขากล้อง
ไอ้เอิน กะไอ้เปรมหาที่นั่งได้แระ ซักพักลงเริ่มมา โห..แมร่ง โคดหนาวเรย
หมวกที่พับเก็บใส่กระเป๋าเมื่อตะกี้ต้องเอาออกมาใส่ใหม่ ใส่แบบปิดหน้าปิดตาหมดเลย เพื่อบังลมที่พัดมาอย่างแรง
นั่งรออีกเป็นนาน เริ่มเห็นแสงรำไร ประมาณซักหกโมง  อ๊า..เริ่มเห็นรางๆ แล้ว ทะเลหมอกของฉานนน
แล้วทะเลหมอกก็หายไป ถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มเมฆหมอก ผลุบเข้าโผล่ออกอยู่อย่างนั้น
ไม่ไหวแล้ว นั่งหันหลังดีกว่า ลมแรงเหลือเกิน ไอ้เปรมมันหนาว จนมันสั่น ฟันกระทบกันดังกิ๊กๆๆๆๆ
ซักพักมีเสียงคนเฮ โอ้ว จาเจ็ดโมงแระ พระอาทิตย์เริ่มมา แต่รู้สึกว่ายิ่งเช้า ยิ่งมองไม่เห็นทะเลหมอกเลย
เพราะว่าหมอกจัดมาก พัดขึ้นมาที่ยอดภู ยังกะมีพัดลมยักษ์ เปิดมาจากข้างล่างยังไงอย่างนั้น
ได้ยินเสียงคนกดชัตเตอร์กันกระจาย และแล้วพระอาทิตย์ก็หายไปกะเมฆหมอกเหมือนเดิม
จนเจ็ดโมงกว่า ก็ไม่มีทีท่า ที่จะเห็นทะเลหมอกชัดๆ เหมือนในโปสการ์ดเลย แต่รออีกไม่ได้แล้ว
คงต้องรีบลงจากยอดภูแล้วแหล่ะ เด๋วจาตกรถเอา แต่ก็ยังอ้อยอิ่งกันอยู่อย่างนั้น เผื่อจะฟลุค
นักท่องเที่ยว เริ่มลงไปกันเยอะแล้ว พอเริ่มสว่าง จะมีเด็กแม้ว ใส่ชุดประจำเผ่า มาเผื่อนักท่องเที่ยว
อยากถ่ายรูปด้วย (หารายได้พิเศษ) ไอ้เปรมมีแอบวิ่งไปถ่ายรูปกะเด็ก แบบว่า จะได้ไม่ต้องเสียตังค์
 
ขาลงจากยอดภู ลงอีกทางดีกว่า อากาศยังเย็นเหมือนเดิม จนจี้มูกไหล ดีนะมี ทิชชู่มาในกระเป๋า
(จี้มูกไหลเหมือนตอนเดินกลับจากผาหล่มสัก บนภูกระดึงเลย) ระหว่างทางหมอก็ยังจัดเหมือนเดิม
ไอ้เปรมมันชี้ไปที่ต้นสน "เมิงรู้มั๊ย สนเนี้ย มีแค่บนภูชี้ฟ้านะเว้ย" "จิงหรอ กรูไม่อยากจะเชื่อ"
มันยังยืนยันหนักแน่น "เออ จริงๆ " เดินลงมาเรื่อย อ๊ะ ถึงแล้วหรอ ทำไมมันเร็วกว่าตอนเดินขึ้นบานเลย
แมร่ง ใครหลอกให้กรูเดินขึ้นทางนั้นฟะ ไกลโคด (แอบคิดในใจ) ก็เมิงเสือกเดินขึ้นไปเองอ่ะ ไม่มีใครบอกเลย(ตอบเอง)
 
เรียกรถลงไปที่จุดกางเต๊นท์ เก็บเต๊นท์ เก็บเป๋าเสร็จแล้ว รีบเรียกรถลงต่อไปที่จุดบริการนักท่องเที่ยว เอาเต๊นท์ไปคืน
เห็นรถที่มาเมื่อวาน เริ่มมีคนขึ้นไปนั่งเกือบเต็มคันแล้ว พอคืนเต๊นท์เสร็จ ไอ้เปรมหันมาถาม
"โบกรถลงกันม๊ะ" "แปดโมงกว่าแล้วเมิง เอาไงก็รีบเหอะ เด๋ว ตกรถกันพอดี"
มันคิดหนักก่อนจะตอบ "เออ ไปรถก็ได้วะ" เออ ก็แค่นั้น เอาของขึ้นไปบนรถเสร็จสรรพ
ไปถามพี่คนขับรถว่า จะไปเชียงของต่อไปไงดี แล้วแม่สายต้องนั่งรถไปไง
พี่แกบอกว่า"เชียงของไม่ค่อยมีไรเที่ยวหรอก ทางก็ไม่ค่อยดี ทำไมไม่ไปดอยตุงล่ะ
เนี่ย 3 คนนั้นเค้าก้ไปดอยตุงนะ" ก้หนูเคยไปมาแล้วอ่ะ พี่เค้าบอกว่า ก็ขึ้นไปดอยตุงก่อน
แล้วค่อยลงมาต่อรถไปแม่สาย ไปนอนแม่สายก็ได้ ตอนกลางคืนก้มีตลาดให้เดิน อืม น่าสน
พอหันไปถามเปรมพันธุ์ มันก็พยักหน้าหงึกๆๆ อยากไปดอยตุง โอเค งั้นเส้นทางต่อไป เราจาไปดอยตุงกัน
 
ที่นั่งประจำของเรา ถูกลุงกะป้า แม้วจับจองไปแล้ว ก็เลยหาที่นั่งอื่น พอรถแล่นลงมาซักหน่อย
ถึงหมู่บ้านแม้ว ลุงๆ ป้าๆ ก็ลง ไอ้เอินกะไอ้เปรม เลยรีบลุงไปนั่งที่นั่งข้างหลังเหมือนเดิม
ระหว่างทางมีเรื่องฮากันท้องคัดท้องแข็ง ไอ้เอินเอาฟิชโชทีเหลือจากเมื่อวานออกมา
สีหน้า ไอ้เปรมมันดีใจมาก "เฮ๊ย เมิงเก็บมาด้วยหรอ" เออ ดิ เอาไว้เผื่ออาหารเช้าไง
ขนออกมากินให้หมด ทั้งฟิชโช โอรีโอ เมล็ดทานตะวัน ประทังชีวิตไปก่อน
พอผ่านอำเภอเทิงมา วิ่งทางราบ ไอ้เอินเริ่มลอกคราบ เสื้อสี่ชั้นมันตั้งแต่เมื่อคืน
เริ่มถอดทีละชิ้น ไม่สนใจกระเป๋ารถที่นั่งหลับอยู่ข้าง ๆเลยเชียว
ค่อยๆ ถอดเสื้อจนเหลือแต่เสื้อยืนแขนสั้นในสุด ถอดกุงเกงยีนส์ โสมมมาก ไม่ไหวแระ
พับกุงเกงใส่ถุงอย่างดี กะว่าไม่ใส่มันแล้ว เพราะว่า ดินลูกรังเปรอะเต็มไปหมดเลย
พอถอดหมด เก็บใส่เป๋าเสร็จ ซักพักกระเป๋าตื่นแระ หันมายิ้มให้
แล้วก้นั่งต่อไป หลับๆ ตื่นๆ ไปตลอดทาง จนถึงขนส่ง ขนขับหันมาบอกผู้โดยสารบนรถว่า
คนที่จะไปแม่สายต้องมาขึ้นรถตรงนี้นะครับ รถมีออกเยอะ รถจอดตอน 11.30 พอดีเป๊ะ
ตามที่คนขับบอกเอาไว้เลย เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปพี่คนขับรถเอาไว้
แต่ไม่เป็นไร เอาไว้เราคงได้เจอกันอีก เนอะปี้เนอะ
 
ไปหาไรกินกันในตลาด ได้ก๋วยเตี๋ยวคนละชาม พร้อมกับข้าวกล่องคนละกล่องไว้กินบนดอยตุง
ระหว่างกินเตี๋ยวโทรหาไอ้อุ้มเพือ่นซี้อีกคนที่ไปเป็นใหญ่ที่ร้านกาแฟบนดอยตุง
"ไอ้อุ้ม เด๋วขึ้นไปหานะ" ไอ้อุ้มถามกลับมาว่า "เออ เมื่อไหร่" ไอ้เอินตอบไป "วันนี้" มันก็เออๆ มาแล้วโทรมาแล้วกัน
พี่เค้าบอกไว้ว่า รถไปแม่สายจะผ่านทางไปดอยตุง ให้ลง แล้วจะมีสองแถวสีม่วงต่อขึ้นไปดอยตุง
ได้ข้อมูลมาแค่นั้น ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม พยายามคิดไปเองว่า มันคงคล้ายสองแถวที่แปดริ้ว
คนละกี่บาทๆ ก็ว่ากันไป ขึ้นบนรถแล้วที่นั่งเดิม หลังสุดริมหน้าต่าง ขนาดรถออกทุกครึ่งชม
แต่คนเยอะ จนต้องมีบางคนยืนไปมั่ง มีชายหญิงรุ่นราวคราวเดียวกันมาคู่นึงมานั่งข้างๆ
รถวิ่งไปได้ซักระยะ ไอ้เปรมเริ่มหลับแระ ตื่นเต้นกลัวว่าจะลงกันไม่ถูก ถามผู้ชายคนนั้นว่า
อีกนานมั๊ยคะกว่าจะถึงทางเข้าดอยตุง เค้าบอกว่าอีกประมาณ  6 โลครับ จาขึ้นดอยกันหรอครับ
แล้วไปค้างป่าว บ้านผมอยู่ใกล้ๆ ดอยตุง (ไอ้เราก็นึกว่าอยู่บนดอยตุง) พอรถแล่นไปอีกซักพัก
พี่แกก็พาแฟนสาวลงจากรถไป (อ้าว  ลงซะแระ) ไอ้เปรมยังหลับอยู่ ไอ้เอินนั่งตื่นเต้นต่อไป
อ๊ะ เห็นแระ ทางแยก ไปดอยตุง เตรียมหยิบกระเป๋า เรียกไอ้เปรม ตื่นๆ ถึงแล้ว
กระเป๋ารถหันมาหา น้องถึงแล้วทางไปดอยตุง โอเคพี่ ลงรถมา เป็นแม้วตาตื่นต่อไป
 
พอเดินเข้าไปในถนนเส้นนั้น ก็เห็นแระ รถสองแถวสีม่วง 
แต่ยังไม่ทันอะไรเลย มีเสียงพี่มอไซด์ เรียกมา "น้องๆ ขึ้นดอยตุงป่าว ไปมอไซด์คิดคนละ 50
ถ้าไปสองแถวต้องเหมา 500 นะน้อง" ไอ้เปรม ยังคงเดินต่อไปไม่สนใจ แล้วมันก้หันมาถามว่าโบกรถกันไม๊
หันไปเห็นรถอยู่คันมีรุ่นๆ ประมาณ 4-5 คน เห็นมีกระเป๋ากล้องด้วย น่าจะกำลังขึ้นดอยตุง
ไอ้เปรมจะเข้าไปถาม แต่ไอ้เอินทักไว้ เฮ๊ย แกๆๆๆ จนเค้าปิดประตูรถหมด แล้วขับออกไป แห้วซะ
แล้วก็เดินต่อไปเจอศาลา กะว่าจะคุยกันว่าเอาไง มีพี่สองแถวอีกคันนึง มาถามน้องไปมั๊ย เที่ยวเดียวคิด 150
ไอ้เปรมต่อเค้า ว่า 100 ได้มั๊ย เค้าส่ายหน้า แล้วก็ไปหาที่จอดรถใต้ร่มไม้ ไอ้เปรมยังคงมุ่งมั่น
มันบอกเมิงรออยู่นี่ เด๋วกรูไปถามข้างในก่อน ข้างในจะเป็นที่จอดรถทัวร์และมีสองแถวจอดเรียงรายอยู่หลายคัน
หลังจากเช็กอราวน์อยู่นาน ก็ได้ความว่า มันต้องเหมานั่นแหล่ะ แล้วคันที่ถูกที่สุดก้ปี้คนนั้นแหล่ะ 150
ไอ้เปรมมันหันมาถาม "กรูว่าเดินกลับไปขึ้นมอไซด์หน้าปากทางเหอะ" แมร่ง แล้วไมเมิงไม่ขึ้นตั้งแต่เมื่อกี้
เลยบอกมันไปว่า "ขึ้นสองแถวนี่แหล่ะ เด๋วส่วนต่างกรูจ่ายให้เอง แมร่งกรูขี้เกียจกลับไปแล้ว"
แล้วเราก็ได้ขึ้นสองแถวคันนั้น "พี่ไป 150 ใช่ป่ะ" พี่เค้าแกล้งแหย่ ขึ้นราคาแล้วน้อง..
 
และแล้วก็ขึ้นมาถึงบนดอยตุงจนได้ ตอนเกือบบ่ายสองแล้ว กะว่าซื้อตั๋วเข้าไปเที่ยวสวนแม่ฟ้าหลวงแล้วบ่ายสาม
ต้องลงจากดอยตุง เพื่อต่อรถไปแม่สาย เปรมเดินไปซื้อตั๋ว เข้าชมสวนแม่ฟ้าหลวง คนละ 80 บาท
พอเข้าไปข้างใน ดอกไม้เต็มเลย สวยงามเหมือนเดิม ระหว่างเที่ยวชม ก็โทรหาไอ้อุ้ม "มาถึงแล้ว ร้านแกอยู่ไหนอ่ะ"
มันบอกว่า เที่ยวข้างในให้ทั่วก่อน ร้านมันอยู่ใกล้ๆ ทางออก    ไอ้เอินกะไอ้เปรม ก้เริงร่า ถ่ายรูปกันต่อไป เยอะมาก
แบกเป้ไปด้วย จนเริ่มเหนื่อยแล้ว ใกล้เวลาแล้วด้วย ออกจากสวนกันดีก่า ไปแวะหาไอ้อุ้มที่ร้านกาแฟดอยตุง
เดินอยู่รอบร้าน เห็นลูกค้าเต็มร้าน จะอ้าปากถามเด็กในร้าน ก็เห็นยุ่งกันหมด เลยเดินไปอีกด้าน และอีกด้าน
จนเดินไปถึงหลังร้าน กำลังจะอ้าปากถามเด็ก ก้มไปเห็นมีคนนั่งอยู่ ถักเปียยังกะพจมาน สว่างวงศ์ แห่งบ้านทรายทองทีเดียว
อ้าวไอ้อุ้มเพือ่นกรูนี่หว่า เห็นมันกำลังก้มหน้า คุยกะน้องอีกคนนึง เลยแกล้งมัน "โทษค่ะ ขอถามทางหน่อยค่ะ"
มันเงยหน้าขึ้นมา "เอ้อ เออ" แล้วก็คุยกะน้องต่อ ซักพักมันถามว่าจาไปไหนต่อ ก็เลยบอกว่าเด๋วจาลงไปต่อรถ
ไปแม่สาย ไปหาที่นอนที่โน่น ซักพักมันเอากาแฟเย็น กะชาเย็น (ฟรี) มาให้กิน หายไปอีกพัก มันออกมาบอกว่า
เด๋วมันจะพาไปแม่สายเอง พาไปหาที่นอนด้วย ไอ้เปรมรีบบอก "เอาแบบถูกๆนะ วัดก็ได้" ไอ้อุ้มเลยรีบตอบ
"เออ มี นะ เป็นวัดที่เค้ามาปฏิบัติธรรมกัน คืนละ 50" ไอ้เปรมเลยรีบออกอาการด้วยความดีใจ "เออ ๆ ดีๆ"
แล้วไอ้อุ้มก็บอกว่า แต่ต้องรอมันเก็บร้านตอนเย็นก่อนนะ เลิกงานอ่ะ ประมาณหกโมงกว่า "เออ ได้ๆ"
แล้วมันก็บอกว่าให้เดินเล่นกันไปก่อนแล้วกัน แต่ขี้เกียจเดินแล้วอ่ะ หาที่นั่งดีกว่า กินข้าวกล่องที่แบกมาจากในเมือง
ไอ้เปรมเลยได้ที ควักอุปกรณ์ในการร้อยแหวนคริสตัลออกมา ร้อยๆ ได้ ประมาณ 3 วง บอกว่ามีลูกค้าสั่งไว้
ไอ้เอินเลยเดินไปหาถ่ายรูปแชะๆๆๆ  ไปเข้าห้องน้ำดีกว่า ปวดจี้ด้วย อยากจี้มาก ไอ้เปรมมันบอกว่า
เออ ห้องน้ำอันโน้นอ่ะ ไม่ค่อยมีคน ไอ้เอินเลยไปเข้ามั่ง ค่าเข้า 3 บาท  เดินขึ้นไปชั้น 2 ได้เข้าห้องน้ำแระ
จี้ไม่ออกอ่ะ เซ็งเลย ลงมาหาไอ้เปรมที่ร้าน ซักพักไอ้อุ้มมันเอาบัตรเข้าพระตำหนักมาให้ เลยเดินขึ้นไปกัน
ตอนห้าโมงกว่าแระ พอดีใส่กุงเกงสามส่วนเลยต้องเอากุงเกงขาก๊วยสียีนส์จากพนักงานมาใส่ทับไว้ให้สุภาพ
พระตำหนักของสมเด็จย่า ยังคงสวยงามตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิม มีแต่ต้นไม้รอบๆ ที่เปลี่ยนไปบ้าน
เพราะเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วตรงข้างหน้า เป็นต้นคล้ายๆ ดอกกะหล่ำ (ไม่รู้จริงๆ เรียกว่าไร) ยังมีรูปถ่ายของแม่อยู่เลย
คุณเปรม เข้าไปชมภายใจพระตำหนักอยู่ เอินเลยนั่งเล่นรออยู่ข้างนอก ชื่นชมสถานที่กันเสร็จแล้ว
ไม่รู้จะไปไหนแล้วอ่ะ เลยมานั่งรอไอ้อุ้มที่ร้านเหมือนเดิม จนกระทั่งทุ่มกว่าเกือบสองทุ่ม
ไอ้อุ้มเดินออกมา( ฮ้า..จาได้ไปแย้ว) แต่มันออกมาบอกว่าติดต่อแม่ชีไม่ได้ เด๋วจะหาที่ซุกหัวนอนให้บนนี้นี่แหล่ะ
แล้วเด๋วค่อยลงแม่สายพรุ่งนี้นะ  เออ ได้ๆ ยังไงก็ได้ แค่มีที่ซุกหัวนอนก็พอแล้ว มันเลยบอกว่างั้นไปกินข้าวก่อนแล้วกัน
พอกินข้าวเสร็จ ไอ้อุ้มก็จะพาเดินลงไปที่ห้องพัก โดนละอ่อนในร้านแซว "พี่อุ้มจะเดินลงไปเองหรอ ข้อเข่าเสื่อมอยู่ไม่ใช่หรอ"
ตามมาด้วยเสียง ฮิ้ววว ของเด็กๆ คนอื่น มันบอกว่า "กล้ามเนื้ออักเสบเฟ้ย ไม่ใช่ข้อเสื่อม" เด็กในร้าน เก็บร้านเสร็จแล้ว
เห็นมีเบียร์รออยู่กระบะนึง นั่งโซ้ยกันต่อไป ระหว่างจะเดินไปที่ห้อง ไอ้อุ้มมันโทรหาน้องชื่อต้าร์
"ต้าร์หรอ ห้องอีกห้องว่างใช่ป่ะ เด๋วพี่จะพาเพื่อนไปนอนนะ เก็บห้องด้วย" ก็เดินลงไป ที่ห้องพัก เป็นห้องพักของ
เจ้าหน้าที่อะไรซักอย่างที่ไอ้อุ้มันบอกว่ามันจะยึดทุกๆๆปี ปีละ เดือนสองเดือน พอไปถึงห้อง ก็ให้น้องมาเปิดห้องให้
เป็นห้องที่ต้องเปิดจากข้างใน เพราะว่าลูกบิดเสีย จากห้องพักมองลงไปเห็นวิวของเมืองในยามค่ำคืนด้วย สวยจัง
ก่อนไอ้อุ้มจะกลับออกไปมันกำชับว่า "ไอ้ม่วย อย่าไปทำอะไรน้องนะ เด๋วโดนข้อหาพรากผู้เยาว์นะเว้ย"
เออ แมร่ง เกือบทำไปแระ โฮะๆๆ   ห้องสองห้องนี้ จะมีห้องน้ำ 1 ห้องเชื่อมอยู่ตรงกลาง เวลาห้องนี้เข้าห้องน้ำ
ก็ต้องล็อคห้องน้ำฝั่งกระโน้นให้ดีๆ ไม่งั้น เด๋วน้องเค้าจะต๊กกะใจได้ 55
 
กะลังจาอาบน้ำนอนแระ ไอ้เปรมหาเรื่องมาให้ฮาอีก คือมันไปดัดฟันมา แล้วหมอเค้าให้หนังยางวงเล็กๆ มาเพื่อยึดฟันล่างกะบน
ไว้ด้วยกัน เวลาจะกินไรทีก้ต้องถอดหนังยางที กินเสร็จก็ต้องใส่เข้าไปใหม่ ทีนี้ ไอ้เปรมมันมาถามหา
"เอิน เมิงเห็นหนังยางยึดฟันของกรูมั้ย" เปรมถาม
"เห็นดิ ก้ตอนที่ไปดูหนังไง ตอนหนังจบ กรูเห็นมันตกอยู่ที่พื้น แต่กรูถามเมิงแล้วว่าของเมิงป่าว เมิงบอกว่าไม่ช่าย" เอินตอบ
"จริงหรอ ก็กรูเห็นมันเป็นเปลือกลูกอม" เปรมบอก
"เออ ก็กรูเห็นว่าหน้าตามันเหมือนหนังยางของเมิงอ่ะ กรูก็เลยถามแต่เห็นเมิงบอกไม่ช่าย กรูก็เลยไม่สนใจ"
"โหย.. หนังยางทั้งห่อเลย ไม่มีอะไรยึดฟันแล้วเนี่ย" เปรมมันทำเป็นตัดพ้อ
"เมิงก็ไปขอหมอใหม่ดิ เค้าคิดตังค์เพิ่มป่าว" เอินถามมันอีก
"ไม่คิดตังค์เพิ่มหรอก แต่ถ้ากรูบอกว่าทำหาย หมอต้องด่ากรูแน่เลย" มันบอก
"ก็กรูถามเมิงแล้ว เมิงบอกไม่ช่ายเองนะ" ด่ามันอีกที
มันทำเป็นสะดีดสะดิ้งเล็กน้อย  ก่อนจะยอมรับในความซื่อ(บื้อ)ของตัวเอง 
 
หนุกจังเลยวันนี้ อาบน้ำนอน กว่าจะนอนก็ประมาณสี่ทุ่มกว่า กะว่าพรุ่งนี้จะลงจากดอยตุง ตอนแปดโมง
ได้ที่ซุกหัวนอน ที่อาบน้ำแค่นี้แหล่ะที่ต้องการ  มีที่นอนตั้งหลายอัน ผ้านวมอีกหลายผืน แต่อากาศบนนี้ไม่หนาวเลย
นอนดีฝ่า...ครอก..ฟี้
December 09

เด็กเมืองขึ้นภูชี้ฟ้า : วันที่สอง 3 ธันวา ตัวเมือง-วัดร่องขุ่น-ภูชี้ฟ้า

 
 
ว้าว...และแล้วรถทัวร์ของสมบัติทัวร์ ก็แล่นเข้าไปจอดในสถานีขนส่ง ของอำเภอเมืองเชียงราย
ยังไม่ทันจะลงจากรถเลย พอรถจอดปุ๊บ มีคนขับรถสองแถวแถวนั้น มายืนเข้าแถวรอรับลูกค้า
ประหนึ่งว่า ใครมาก่อนได้ลูกค้าก่อนอ่ะมั้ง  แอบชักภาพไว้ด้วยแหล่ะ แต่เบลอเล็กน้อย เลยไม่ได้เอามาลงไว้
พอไอ้เอินกะไอ้เปรม ลงจากรถได้ พี่ๆ ท่านทั้งหลาย ก็กระหน่ำ คำถามมา ไปไหนน้อง....ฯลฯ
หุหุ...ยังไม่รู้ไปไหนหรอกพี่ แต่ไม่ไปกะพี่แน่นอน (คิดอยู่ในใจ) พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ชานชาลา
ก็มีเสียงของลุงร้านเจ้าของอาหารแถวนั้น ถามมาว่า "ฝากกระเป๋ามั้ยน้อง 10 บาท ทั้งวั่ทั้งว้นเลย
โอ้ว..เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรด นี่แหล่ะ ที่ต้องการ  เอินกะเปรมก็เลยจัดการฝากกระเป๋าเป้คนละใบ
ควักตังค์จ่ายให้เค้า แต่ลุงบอกว่า เด๋วมาเอาแล้วค่อยจ่าย โอ้ว ดีจริงๆ เลย พอฝากกระเป๋าเสร็จ
เป้าหมายต่อไปของหญิงเปรมก็คือ ตลาดสดตอนเช้า เดินออกมาจากขนส่ง ก็มาป๊ะกับน้องนักเรียนคนหนึ่ง
"เอ่อ..โทษค่ะน้อง ตลาดไปทางไหนคะ"  น้องก็ทำหน้าคิดเล็กน้อย ก่อนตอบว่า "เดินตรงไปนะเจ๊า เลี้ยวซ้าย แล้วก็เลี้ยวซ้ายอีกทีนะเจ๊า"
ขอบคุณจ้า  พอจะคลำทางไปถูกแระ ไม่ถูกค่อยไปถามหาเอาข้างหน้าอีกทีแล้วกัน สองสาว ก็เดินลัล ล้า ไปตามทางเรื่อยๆ
กะว่าจะไปหาวัดแถวๆนั้น พอเดินไปถามทางกับพี่หนุ่มคนนึง "พี่คะ ตลาดไปทางไหนคะ" พี่คนนั้นทำหน้าคิดแป๊บนึง ก่อนจะตอบว่า
"เอ่อ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ พี่เพิ่งมาเที่ยวเหมือนกัน" 555 ฮากันไป ทั้งไอ้เอินกะไอ้เปรม
 
แต่พอเดินไปอีกติ๊ด เลี้ยวขวา ก็ป๊ะกะวัดแรก เสียงหญิงเปรมมาแต่ไกล "อุ๊ย วัด เจอแล้ววัด" เห็นพระกำลังนั่งทำวัตรกันอยู่
"เข้าไปได้ป่าวอ่ะ" ไอ้เปรมถาม "แล้วตูจะรู้มั๊ยฟระ" (ไอ้เอินนึกอยู่ในใจ) วัดมิ่งเมือง ประตูทางเข้าวัดเป็นปูนสีส้ม
เลยถ่ายรูปกันหน้าวัดนั่นแหล่ะ อยู่กันคนละฝั่งถนน พอมีสามล้อถีบผ่านมาก ไอ้เปรมเลยรีบวิ่งเข้าไปถาม
"ลุงคะ ตลาดไปทางไหนคะ" ถามไปถามมา ลุงเลยเรียกขึ้นรถของลุง บอกว่าคนละ 10 บาทเด๋วพาไปส่งตลาด
ตอนแรกเอินไม่อยากขึ้น บอกไอ้เปรมว่า "เฮ๊ย จาขึ้นหรอ สงสารลุง ลุงแก่แล้ว" แต่ลุงบอกว่า ไม่ต้องสงสารลุงหรอก
ลุงยังแข็งแรงอยู่ อายุแกปาเข้าไป เจ็ดสิบกว่า เห็นแกถือขวดกระทิงแดงอยู่ขวดนึง คอยจิบเป็นพักๆ แต่ไม่รู้ว่าน้ำอะไรอยู่ข้างใน..ฮุฮุ
ระหว่างทาง ไอ้เปรมไม่รู้นึกยังไง ถามลุงแกว่า "ลุงๆ ถ้าให้ลุงขี่รถพาเที่ยวรอบๆ เมืองไปวัดทุกวันในเมืองเนี่ย ลุงคิดเท่าไหร่"
ลุงใช้เวลาในการให้สมองประมวลผล..ติ๊ดๆๆๆ "เที่ยว 6 วัดหรอ ลุงเอา 250 แล้วกัน" ไอ้เปรม ตกลงโอเค ทันที ไอ้เอินได้แต่นิ่งอึ้ง พูดไม่ทันมัน
กะจะถามมันว่า (เมิง 250 แน่ะ มึงจาไปจิงๆ หรอ) ระหว่างที่คิดอยู่ในใจ เสียงไอ้เปรมดังขึ้นอีกครั้ง "ลุงอย่าหลอกหนูนะ ลุงห้ามหนีหนูไปไหนนะ"
ลุงบอกว่า "ลุงไม่หนีหรอก หนูอย่าหนีลุงแล้วกัน อ๊ะ ถึงตลาดแระ เด๋วลุงรออยู่ตรงนี้นะ หนูเดินไปตลาดมันเป็นสี่เหลี่ยม"
ไอ้เอิน กะไอ้เปรม ก็เดินลงไปชมตลาดเช้า เดินไปเรื่อย ชมโน่นชมนี่ แต่เป็นไอ้เปรมซะส่วนใหญ่ ที่ก้มลงไปหยิบโน่น หยิบนี่
จนไอ้เปรมไปหยุด ที่ร้านขายมัน กะว่า จาเอาไปเผากินบนภูชี้ฟ้า ได้แระหัวมันโลละ 5 บาท ได้มันเสร็จ
ไอ้เปรมหันไปเห็นข้าวโพด อยู่ในเปลือก "พี่ๆ โลเท่าไหร่" แม่ค้า "10 บาท" ไอ้เปรม "เอาโลนึง แกะให้ด้วย"
มันหันมาบอกไอ้เอินที่ยืนดูม้นอยุ่ว่า "เด๋วจะเอามันกะข้าวโพดไปเผากินบนภูชี้ฟ้า"  (เออๆ ตามใจเมิง)
แล้วมันก็ไปซื้อถ่านดำ ร้านข้างๆ ถุงละ 10 บาทมาสองถุง ไอ้เอินถือถ่าน ไอ้เปรมถือมันกะข้าวโพด
แล้วกะว่าจะเดินกลับไปหาลุง แต่ตอนนี้คิดได้แล้วว่า 250 บาทนี่ มันน่าจะแพงไปนะ กะว่าจะไปต่อราคาลุงหน่อย
แต่พอเดินกลับไป โคดดีใจเรย ลุงหายไปแว้วววว โฮะๆ ไม่ต้องเสีย 250 บาทแล้ว เดินดูจนแน่ใจว่าลุงไม่อยู่แน่ๆ แล้ว
ไม่อยากเป็นคนเสียคำพูด แล้วเราก็เดินกลับมา ไอ้เปรมมันอยากขึ้นรถสองแถวสีฟ้าๆ ไปเที่ยวรอบเมือง
มันโบกรถอยู่หลายคัน พร้อมกับบอกพี่คนขับว่า "อยากเที่ยวรอบๆ เมืองค่ะ" แต่คำตอบที่ได้มาเหมือนกันหมดคือ
"หนูจะไปไหนล่ะ" คือก็รู้ว่าไอ้เปรมมันอยากนั่งรถไปเที่ยวรอบๆ เมือง แต่ก้เข้าใจอีกแหล่ะ ว่าสองแถวเค้ามีเส้นทางของเค้า
ระหว่างนี้น มีลุงร้านขายยาใจดี มาถามว่า "หนู จาไปไหนกาน" แล้วลุงก็บอกให้เรียกรถอย่างนี้ๆ
ขอบคุณค่ะลุง พอเห็นสองแถววิ่งมา ยื่นมือไปโบก ป๊าด  กำลังจากคุยกันรู้เรื่องอยู่แล้วเชียว
ทันใดนั้นเอง มีผู้หญิงคล้ายๆ ทอม อายุประมาณ 40 ได้ วิ่งมา "น้องๆ เมื่อกี้ตกลงราคาสามล้อกับลุงไว้ใช่ป่ะ
เนี่ยลุงให้มารับบอกว่าผู้หญิงสองคน อีกคนดัดฟันด้วย พอดีแกไปรับฝรั่งแล้ว" ไอ้เอินไม่พูดอะไรทั้งนั้น เงียบอย่างเดียว ปล่อยให้ไอ้เปรม มันจัดการไป
"เอ่อ ถ้าลุงไม่มาพวกหนูก็ไม่ไปค่ะ  พอดีหนูอยากช่วยลุง" แต่พี่คนนั้น แกรีบตอบมาว่า "เนี่ย อุตส่าห์รีบถีบรถมา เสียเที่ยวฟรีนะเนี่ย"
(ก็เรื่องของพี่ดิ ไม่เกี่ยวกะหนู) สุดท้ายไอ้เปรมก็สลัดพี่แกจนได้ เสร็จแล้วก็เดินไปเที่ยวไปเรื่อย ตามทาง
เดินผ่านไปเจอชาวบ้านใส่เสื้อสีเหลือง กำลังวิ่งเฉลิงพระเกียรติกันอยู่  ตั้งแต่ รุ่นคุณยาย เรื่องลงไปถึงน้องๆ รุ่นประถม
บางคนมีแท็กติก ซ้อนมอไซด์แม่มาลงใกล้ๆ เส้นชัย แล้วลงวิ่งต่อ (ซะงั้น) หลังจากหยุดพักกันหายเหนื่อยแล้ว
ก็เดินต่อไปเรื่อย มีจุดหมายปลายทางคือไป นมัสการพ่อขุนเม็งราย ถามทางคนไปเรื่อย จนมาถึงจนได้
หลังจากซื้อดอกไม้ธูปเทียน ชุดละ 10 บาท ก็ไปนมัสการองค์พ่อขุนฯ เสร็จแล้วก็ชักภาพเป็นที่ระลึก
 
เสร็จแล้ว ออกเดินต่อเป้าหมายต่อไป ไอ้เปรมอยากไปวัดร่องขุ่น เจอลุงสามล้อถีบอีกคัน เลยถามทางลุง
ว่าจาไปขึ้นรถไปวัดร่องขุ่นได้ตรงไหน ลุงแกบอกว่าต้องไปขึ้นทีตลาดน้อย เดินไปมันไกลนะ
เด๋วลุงพาไป คนละ 10 บาท โอเค ขึ้นก็ขึ้น ชักจะเหนื่อยแล้วแหล่ะ แล้วลุงก็พามาที่ตลาดที่เดิม
ตลาดสดเทศบาล 1  ลุงบอกว่า "โน่นอ่ะ ขึ้นรถสองแถวตรงโน้น" แล้วก็เจอรถสองแถวที่ลุงว่า
ขึ้นไปเสร็จ ถามระยะเวลาว่าใช้เวลานานมั๊ย (กลัวจะกลับมาขึ้นรถไปภูไม่ท้น) เค้าก็บอกกันว่าไม่นานหรอก ไม่กี่สิบนาทีเอง
หลังจากรถออก ก้ใช้เวลาไม่นานจริง ๆ ไปจอดตรงสี่แยก ถนนใหญ่ แล้วต้องข้ามถนนไปกันเอง ค่ารถคนละ 12 บาท
กำลังจะก้าวข้ามถนน พลันหันไปเห็น เฮ๊ย..ไฟเขียวแล้ว เร็วๆ ไอ้เอินวิ่งนำหน้า ไอ้เปรมวิ่งตามหลังมา
มันร้องวี๊ด  พอหันไปดูอ้าว แมร่ง ทำถุงข้าวโพดตกแตกกระจาย แล้วมันก็รีบวิ่งมา ไม่สนใจใยดีข้าวโพดเลย
ไอ้เอินเลยต้องวิ่งกลับไปพร้อมยกมือห้ามรถตู้ อย่าเพิ่งวิ่งมานะ ขอเก็บข้าวโพดก่อน
พร้อมกับด่าไอ้เปรมว่า "แ ง เอ๊ย เมิงทิ้งข้าวโพดเลยนะ ถ้าตูไม่เห็นว่า หิ้วไปรอบเมืองมาแล้วเนี่ย ตูไม่วิ่งไปเก็บหรอก"
มันยิ้มแหะๆ บอกว่า "ก็กรูกลัวถูกรถชนอ่ะ" เออๆ เดินไปเลยเมิง
 
พอไปถึงทางเข้าวัดร่องขุ่น เจอร้านขายเครื่องประดับน่ารักเขียะ ทำจากโลหะ เป็นรูปต่างๆ ไอ้เปรมมันเลือกได้ตุ้มหูรูปแมงปอมาคู่นึง
เอินเห็นว่ามันน่ารักดี เลยถ่ายรูปเก็บไว้ แชะ เสียงแจ๋นของป้าเจ้าของร้านดังขึ้นทันที
นี่จะถ่ายรูปเอาไปเลียนแบบหรอ ไม่ได้นะ ขอเค้าจดลิขสิทธิ์ไว้แล้วถ้าทำเลียนแบบ ถูกจับนะ"
โอ๊ย ตูจะบ้า ใครจะไปนั่งทำฟระ แมร่ง ทำตูรมณ์เสียเลย เดินเข้าวัดดีกว่า คนเยอะมากๆ
เริ่มปวดฉี่แล้วล่ะ ไปเข้าห้องน้ำก่อน ห้องน้ำอยู่ติดกันประมาณ 10 ห้องได้ ดูดีทีเดียว หน้าประตูห้องน้ำมีป้ายติดไว้ว่า
กรุณาเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้าห้องน้ำ แล้วเห็นข้างๆ ประตูด้านล่าง มีผ้าสีเหลืองๆ อีกผืนนึง คิดว่าคงเอาไว้เช็ดรองเท้าเวลาเปียกแน่เลย
พอเข้าห้องน้ำเสร็จโล่งสบาย ไปถ่ายรุปดีกว่า เอินเคยมาวัดร่องขุ่นหนแรก เมื่อง 4-5 ปีก่อน หนนี้เป็นหนที่สองแล้วนะเนี่ย
(น่าจะมีหนที่ 3 4 5...) ระหว่างเดินไปถ่ายรูป ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ของวัดผู้สาว พูดว่า "ขอให้นักท่องเที่ยวอย่าหยุดถ่ายรูปที่ขุมนรกนาน
เพราะว่าการจราจรติดขัด ถ้าติดขัดมากๆ อาจจะมีการให้งดถ่ายรูปนะคะ" โอเค ไอ้เอินกะไอ้เปรมไปหามุมถ่ายรูปกันดีกว่า
ตั้งแต่ข้างๆ รอบนอกรั้วโบสถ์ เรื่อยไปขุมนรก เดินขึ้นสะพาน เข้าไปชมในโบสถ์ พอกำลังลงมาจากโบสถ์
เสียงของอาจารย์เฉลิมชัย ดังมาแต่ไกล เสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ ผู้คนต่างฮือฮา โฆษกบอกว่า
"ถ้าใครอยากถ่ายรูปกะอาจารย์ให้ไปรอที่จุดพักนักท่องเที่ยวนะค๊า" ไอ้เปรมไม่รอช้า รีบวิ่งไปในบัดดล
ได้เป็นคนที่ 3 และ 4 ตามลำดับ ยืนรออาจารย์อยู่อึดใจใหญ่ กว่าท่านจะเดินมาถึง พอชักภาพคู่กะอาจารย์เสร็จ
เดินไปขึ้นรถกลับขนส่งดีกว่า ไปรอขึ้นรถที่ถนนใหญ่เหมือนเดิม รออยู่พักใหญ่ รถก็มา แต่ทำไมขากลับ เค้าคิด 15 บาทหว่า เง็ง
 
กลับไปถึงขนส่ง ไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ แล้วมาถึงรถเมล์หวานเย็น สีฟ้า ๆ ขึ้นภูชี้ฟ้า รอบ 12.30 พี่นขับบอกว่า มีรถเที่ยวเดียวนี่แหล่ะ
ดีนะ ที่มาทัน (คิดในใจ) แต่ถ้าเป็นรถตู้จะมี สองรอบ 7.30 กับ 13.00 แต่ไม่รู้มันจอดตรงไหนหว่า
รถจาออกแล้ว ไอ้เอินวิ่งไปซื้อถ่านอีกชุดสำรองไว้ที่เซเว่น แต่พอวิ่งกลับมา อ้าว ไอ้เปรมไปไหนวะ เดินดูรอบรถก็ไม่เห็น
เห็นแต่พระมานั่ง แทนที่ เลยวิ่งไปหากระเป๋ารถ "รถเมื่อกี้ออกไปแล้วหรอคะ" กระเป๋ารถบอก "นี่ไงครับ จอดอยู่นี่"
อ้าว เวง จำรถผิดคันซะงั้น ก็มันเหมือนกันยังกะแกะ พอขึ้นรถไปได้ ไอ้เปรมยังนั่งอยู่ที่เดิม บอกมันว่า "กรูหารถไม่เจอ จำรถผิด"
มันก็บอกว่า "เออ กรูก็คิดอยู่ว่าเมิงวิ่งหาไร" เหอๆๆ รถจาออกแล้ว กระเป๋ารถมาเก็บค่ารถ คนละ 80 บาท
ไอ้เปรม มันบ่นว่าแพงๆๆๆ รถออกจากขนส่ง ตอนเที่ยงครึ่ง วิ่งไปตามทางเรื่อย  บ่ายสองก็แล้ว ยังอยู่ ข้างล่างอยู่เลย
วิ่งผ่านหลายที่ ทั้งอำเภอเทิง และอำเภออะไรบางอย่างในจังหวัดพะเยา รถจอดที่ปั๊มเล็กๆ คนขับบอกว่า
"จอดเข้าห้องน้ำ 5 นาทีครับ" เอินกะเปรมลงไปหาอะไรกระแทกปากกะใส่ท้อง เอินได้โอรีโอ 5 บาทมา 2 อัน กะไอติมยักษ์คู่ของวอลล์อีกอัน
ไอ้เปรม ได้ชาเย็น ใช้เครื่องชงอย่างดี แก้วละ 15 บาท มา 1 แก้ว พอขึ้นรถมา แบ่งไอ้ติมคนละอัน พอไอ้เปรมกินชาเย็น แ ง โคคจืดเรย
เลยปลอบมันว่า "กรูว่ายังอร่อยกว่า กาแฟเย็นที่ผาหล่มสักละวะ แก้วละ 35 แ ง ยังกะน้ำล้างจาน อยากจะเอากาแฟกลับไปเขวี้ยงใส่คนชงจริงๆ เลย"
มันขำใหญ่ จืดๆ อย่างนั้นแต่ก็กินกันหมด ตอนแรกที่ขึ้นรถนั่งกันหลังสุด แต่ตอนนี้เปลี่ยนมานั่งหน้าแล้ว กะจะได้ดูวิวเวลาขึ้นไปข้างบน
บ่ายสามก็แล้ว ยังไม่ถึงซ๊ากกะที เลยบอกไอ้เปรม "กรูว่านะ 80 บาทเนี่ย โคดจาถูกเรย ถ้าเทียบกะสามล้อถีบ 250 ของเมิงเมื่อเช้าอ่ะ"
มันขำใหญ่เลย กว่าจะขึ้นไปถึงข้างบนก็ สี่โมงพอดี ไอ้เปรมบอกว่า มันอ่านในคู่มือ กะรุ่นน้องม้นบอกมาว่า มีเต๊นท์ให้เช่า20 บาท
ก็เดินหา กะว่าจะเจออ่ะนะ เข้าไปถามที่จุดบริการนักท่องเที่ยว ราคาเต๊นท์เช่า รวมเครื่องนอน มีหมอน 2 ใบ กะผ้าปูพื้น 1 ผ้าห่มนวมอีก 1
ราคา 250 บาท ไอ้เปรมบอกว่าแพง มันกะจะเดินหาให้เจอ ไอ้เต๊นท์ 20 บาทของมัน แถวนั้นมีพวกชาวบ้านกระเหรี่ยงมาเปิดเพิงขายของ มีเต๊นท์ให้เช่า
พอเข้าไปถามก็ราคาเท่ากัน 250 บาท แต่ถ้าเป็นบ้านพัก 500 นอนได้หลายคนอยู่ แต่ตูมีกัน 2 คน จาชวนใครมานอนด้วยฟระ
 
หลังจากคุยกันเสร็จแล้ว ก็ตกลงปลงใจเช่าในจุดบริการนักท่องเที่ยวนั่นแหล่ะ กะว่าจะไปอาบน้ำกันก่อน ด้านหลังมีห้องน้ำ ค่าเข้า 3 บาทมีทั้งห้องอาบน้ำ ห้องส้วม
ระหว่างกำลังจะลง มีเด็กแม้ววัยประถม 3 คนเดินมาหา "พี่คะ ต้องการไกด์พาเที่ยวมั๊ยคะ" ไอ้เปรมถามกลับไป "เสียตังค์มั๊ยน้อง"
น้องท่าทางมั่นกว่าใครตอบแบบไม่มองหน้าว่า "แล้วแต่น้ำใจค่ะ ไม่มีน้ำใจเอาเป็นน้ำจิ้มก้ได้" ไอ้เปรมเลยให้ฟิชโชแบบมีน้ำจิ้มไป1 ซอง
ให้ไปแบ่งกันกิน แล้วก็ลงไปอาบน้ำกันสองคน มองขึ้นไป เห็นเด็กแม้ว กำลังนั่งกินฟิชโชกันอย่างอเร็ดอร่อย 
ห้องน้ำสะอาดสะอ้าน แต่อาบน้ำได้ห้องเดียว อีกห้องฝักบัวเสีย อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็เดินไปเช่าเต๊นท์ แล้วบอกว่า กางตรงข้าง ๆนี่ก็ได้
ถ้ากางตรงข้างล่างลงไปต้องเสียค่าที่ 40 บาท ไอ้เปรมหันมามองหน้า แบบว่า .. แล้วมันก็ตัดสินใจจะขึ้นไปกางข้างบนเลยที่ทำการฯขึ้นไปอีก
ตอนแรกมันกะจะเดินขึ้น บอกว่าแค่นี้เอง กรูแบกไปเอง เต๊นท์ชุดนึง อยู่ในถุงดำ ขนาดประมาณ โอ่งใบมาตรฐาน แต่เจ้าหน้าที่สาวสวยบอกว่า
"ข้างบนมันวุ่นวายนะ ห้องน้ำห้องท่าก้ไม่สะดวก กางตรงนี้ ห้องน้ำก็ดี มีร้านค้าด้วย" แต่ไอ้เปรมม้นตัดสินใจไปกางข้างบน
พอจ่ายเงินค่าเต๊นท์เสร็จแล้วมันก็ขอเงินไป20 บาท  บอกว่าจะเอาไปซื้อฟืน มันหายไปพักนึง พร้อมสมุนแม้ว แต่กลับมาไม่มีฟืนมาเลย
มีแต่ถุงถ่าน มัน ข้าวโพด ที่ซื้อมาจากตลาดเมื่อเช้า มันกลับมาพร้อมสมุนเหมือนเดิม แล้วเจ้าหน้าที่ใจดีบอกว่าเด๋วขึ้นไปส่งให้ข้างบน
คนขับเป็นผู้หญิง ไอ้เอินกะไอ้เปรมขึ้นรถมาแล้ว สมุนแม้วทั้ง 3 ก็ตามมาด้วย ระหว่างทางรถเกิดไปดับตรงทางลาดชัน ตื่นเต้นก้นยกใหญ่
ในที่สุดก็มาถึงที่หมายจนได้ คนขับบอกว่า "กางกันเป็นนะครับ เด็กมันกางเป็น ไปแระนะครับ" แล้วเค้าก็จากไป ปล่อยไอ้เอินกะไอ้เปรม
ไว้กะเด็กแม้ว 3 คน เอินกะว่า เด๋วเด็กช่วงกางเต๊นท์เสร็จเด็กๆ คงจะกลับไปกินข้าวที่บ้านกันเนาะ
 
การกางเต๊นท์เป็นไปด้วยความทุลักทุเลเล็กน้อย เด็กก็ตัวกะเปี๊ยก ไอ้เอินยิ่งไม่ต้องพุดถึง ทำอะไรไม่ค่อยจาเป็นกะเค้าหรอก
พอกางเต๊นท์เสร็จ ไอ้เปรมกะเด็กๆ ไปก่อนกองไฟ ไปหาก้อนหินมา พอเห็นแต่ถ่าน ก็ถามมันว่า "อ้าว ไหนฟืนของเมิง เมิงเอาตังค์ไปซื้อฟืน 20 ไม่ใช่หรอ"
มันตอบมาว่า "ก็กรูกลัวเจ้าของร้านเค้าถามว่าไปเช่าเต๊นท์ที่ไหนมา กรูขี้เกียจตอบ ร้านอื่นมันแพงมัดละ 50 กรูก็เลยไม่ได้ซื้อ"
แล้วมันก็นั่งก่อนกองถ่านกับเด็กๆ ต่อไป ตั้งแต่ หกโมงเย็น กว่าไฟจะติด หันไปดูเต๊นท์ข้างๆ ที่ใช้ฟืน ไฟลุกโชติช่วงชัชวาล
มันเอากะมังใบย่อม มาเทน้ำใส่ กะจาต้มมาม่า ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าน้ำจะร้อน เด็กๆ ช่วยกันเป่าให้ไฟลุก คนละปู๊ดๆๆๆ
ระหว่างนั้น วิญญาณนางงามเข้าสิง กลัวเด็กแม้วจะหิว เลยเอาขนมไข่ที่ได้แจกมาบนรถให้เด็กๆ ไปคนละอัน เหลือ 1 อัน ไอ้เอินกะไอ้เปรมแบ่งกันกินแล้วกันนะ
ผ่านไปเนิ่นนาน น้ำเริ่มร้อนแระแต่ปรากดว่า ขี้เถ้าปลิวลงไปในน้ำเต็มเลย แมร่ง ต้องเทน้ำทิ้งอีกแระ กรูจาได้กินมั้ยมาม่าเนี่ย ตั้งน้ำใหม่อีกรอบ
ไอ้เปรมมันเอากระดาษมาเผาๆๆๆ เพื่อช่วยให้ไฟติด ขนาดกระดาษยังไม่ติดเล้ย หันไปดูเต๊นท์ข้างๆ ไฟอย่างแรง  เลยถามไอ้เปรมว่า
"เฮ๊ย เมิง ไปขอเค้าต้มมาม่าดีมะ กรูว่าแป๊บเดียวคงจะได้กินแล้วล่ะ"  มันยังคงตั้งหน้าตั้งตาเป่ากองไฟต่อไป พอน้ำร้อน
มันเลยเทมาม่าที่ได้มาจากวัดลงไป 2 ซอง ต้อมอีกอึดใจแม้ว มาม่าเริ่มนิ่ม ใกล้จาสุกแล้ว เด็กแม้ว คนนึงถามว่า
"พี่คะ เพื่อนหนูถามว่า พี่พอจะมีไฟฉายให้หนูยืมลงไปเข้าห้องน้ำมั๊ยคะ" เออ มีๆ เอาไปๆ แล้วเด็กแม้วสองคนก็เดินลงไปเข้าห้องน้ำ
เหลือเด้กแม้วอีกคน (ในใจคิดว่า เมื่อไหร่มานจากลับบ้านกันวะ) 
 
ว้าว มาม่าสุกแล้ว ไอ้เปรม เฉาะไข่เค็มที่เอามาจากวัด (รึป่าว) แล้วแงะๆๆ เป็นชิ้นๆ ลงไปในมาม่า  3 ฟอง ว้าวหอมจังเลย
กินกันเลยแล้วกันนะ กรูหิวแล้ว ก็เลยกินมาม่ากันก่อน 3 คน โอ้ว อร่อยอะไรเช่นนี้ คนละคำ เฮ๊ย เมิงอย่าทำหกนะ กรูเสียดาย
กินเสร็จแล้ว ยังไม่รู้สึกถึงกระเพาะเลย หมดซะแระ พอเด็กแม้ว สองคนกลับมา ก็เลยจาต้มมาม่าให้กินอีกห่อ (จากเกาหลีเชียวนะขอบอก)
ระหว่างที่รอน้ำร้อนอีก (เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย) ถามเด็กแม้วว่า บ้านน้องเนี่ย ไปรษณีย์ มาถึงป่าว น้องก็ตอบมาถึง
แต่ไอ้เปรม ไม่รู้ขำอะไรนักหนา มันบอกว่า "เมิงไปถามอะไรน้องเค้าอย่างนั้นฟระ" อ้าว ก็กรูอยากรู้อ่ะ
เสร็จแล้วเริ่มมืด อากาศเริ่มเย็น เห็นเด็กๆ ไม่มีถึงเท้าใส่ เลยยิงคำถามไปอีก "ทำไมไม่ใส่ร้องเท้า ไม่เย็นเท้าหรอ"
เด็กตอบ "เย็นค่ะ"
เอิน "แล้วทำไมไม่ใส่ล่ะ"
เด็กตอบ"ไม่มีค่ะ"
เอิน "แล้วทำไมไม่มีล่ะ"
เด็กตอบ "ไม่มีเงินซื้อค่ะ"
โดนไอ้เปรมมันด่าอีกแล้ว "เมิงไปถามน้องเค้าอย่างนั้นได้ไง แมร่ง ไม่รู้จักคิดเลย กรูมีถุงเท้าอยู่ 2 คู่เด๋วกรูจาให้น้องเค้า แต่ขอกรูใส่ก่อนคืนนี้
"เออ เด๋วกรูไปดูก่อนนะ ของกรูมีกี่คู่" ไปค้นเป้ดู เอามา 5 คู่ ใส่ไปแล้ว  2 ขอเก็บไว้คู่นึงแล้วกัน ไว้ใส่อีกสองวัน
ก็หยิบมา 2 คู่ แต่เด็กมีกัน 3 คน เลยให้ โอนอยออกกันว่าใครจะได้ก่อน ถึงเท้าสีดำๆ ได้ไปแล้วคนละคู่
เหลือเด็กอีกคน ยังไม่ได้ เอาคู่ที่ใส่แล้วมาให้ เด็กก้ไม่เอา ไอ้เปรมเลยลุกจากกะมังต้มน้ำชั่วครู่ ไปค้นถุงเท้าของมันในเป้
ค้นอยู่ตั้งนาน เจออยู่ข้างเดียว ให้เวลาอีกหลายอึดใจแม้ว กว่าจะเจออีกข้าง กำลังวุ่นอยู่ในเต๊นท์กันสองคน
พอเจอครบคู่ ด้วยความดีใจว่าน้องมานจาได้ถุงเท้าแล้ว หันมา เด็กแม้วบอกว่า "พี่คะ มาม่าสุกแล้วพวกหนูกินกันเลยนะคะ"
ว่าแล้วมันก็แจกอาวุธคนละอัน กินกันซี๊ดซ๊าดๆๆๆ ปล่อยไอ้เอินกะไอ้เปรม ท้องร้องอยู่ข้างๆ ไม่มีไรกินแล้ว
เอามันที่ซื้อมาจากตลาดเมื่อเช้า มาเผากินแล้วกัน แมร่งถ่านก็โคดจาแรงเลย นั่งเผาไป
พอเด็กๆ กินมาม่ากันหมดแล้ว ก็ยิงคำถามอันรอคอยมานาน "พี่คะ เพื่อนหนูถามว่าจะให้พวกหนูกลับกันได้ยังคะ"
เออ รีบๆ ไปกันได้แล้ว น่าจะไปกันตั้งนานแล้วนะ (นึกในใจ) "ไอ้เปรม วิญญาณนางงามเข้าสิงอีกแล้ว "จ้า ไปเถอะจ๊ะ"
ก่อนจากไป เด็กแม้วยังบอกอีกว่า "เด๋วพรุ่งนี้ หนูจามาปลุกพี่ตอนตีสามนะคะ" (โอเคๆ รีบๆไปกันเลย ก่อนจาโมโหหิว)
หลังจากโดนเด็กแม้ว มาหลอกกินมาม่าไปเรียบร้อยแล้ว ไอ้เอินกะไอ้เปรมก็รอคอยหัวมันเผาต่อไป
ไอ้เปรมมันไม่ผิดคำพูดมันไปหาไม้มา กะจะเสียบข้าวโพดย่าง เสียบไปหักไป เสียบแล้วเสียบเล่า หักแล้วหักเล่า
แล้วไฟเมิง โคดจาแรงเลยนะ เมิงจาได้กินมั้ยเนี่ย  หลังจากท่าทางจะไม่ได้กินข้าวโพดปิ้งแน่แล้ว
มันเลยเอากะมังมาม่าไปล้างน้ำ เอาน้ำใส่หักข้าวโพดใส่ กะว่า จาเปลี่ยนเมนูเป็นข้าวต้มแทน
จับกะมังดูกี่ที ยังเย็นเจี๊ยบ "เมิงจาได้กินมั๊ยเนี่ย ข้าวโพดต้มเมิงเนี่ย เอาไปขอเต๊นท์ข้างๆ ต้มดีมั๊ย"
มันไม่ว่าไร ยังคงมองกะมังใส่ข้าวโพดต้มต่อไป สามทุ่มแระ เฮ๊ย ไปนอนกันดีฝ่า พรุ่งนี้ต้องตื่นตี 4 ไปขึ้นภูฯ
ไอ้เปรมมันมองกะมังใส่ข้าวโพดต้ม ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ แล้วก็พากันเข้าไปนอน
ไอ้เปรม มันใส่เสื้อคอเต่าแขนกุดไหมพรมอย่างบางข้างใน แล้วใส่เสือ้ข้างนอกอีกตัวนึง
ไอ้เอิน ใส่เสื้อ 4 ชั้น เสื้อยืดแขนสั้นข้างในสุด ยืดแขนยาวทับอีกชั้น เสื้อไหมพรมแขนยาวอีกชั้น ปิดท้ายด้วยเสื้อกันหนาวสีเทา
ไอ้เปรมมันนอนขำใหญ่บอกว่า "กว่าเมิงจานอนได้นี่ แมร่ง กูละขำ" ไมอ่ะ ก็กรูกลัวหนาวอ่ะ
พอเอนหลังลงไปนอน โอ้โห แค่สามทุ่ม น้ำค้างอย่างแรงเลย เอามือไปจับเต๊นท์จากด้านใน มือก็เปียกแระ น้ำจะท่วมเต๊นท์มั้ยเนี่ย นอนดีกว่า
 
สรุป มัน 1 โล ได้กินไป 4 หัว , ข้าวโพด 1 โล ไม่ได้กินแมร่งซักเม็ด , ถ่าน 2 ถุง แมร่งไฟโคดแรง
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คราวหลัง เมิงไม่ต้องซื้อไปเลยนะ ไอ้มัน ไอ้ข้าวโพด ไอ้ถ่านเนี่ย
แต่เมิงซื้อมาม่าไปซัก 10 ห่อ กะไข่เค็ม ซัก 10 ฟอง ...รู้มั้ย เมิงไอ้เปรม
 
 
 
 
 
Photo 1 of 28
No list items have been added yet.